ks-katsura

ควีนออฟมวยไทย

ควีนออฟมวยไทย นักมวยสาวสวยชาวสระบุรี ดีกรีแชมป์โลกมวยไทย 3 สมัย ซาซ่า ศ.อารีย์

ควีนออฟมวยไทย ซาซ่า ศ.อารีย์ ดีกรีแชมป์โลกมวยไทย 3 สมัย

ควีนออฟมวยไทย ซาซ่า ศ.อารีย์ หรือ อังศนา คำหาญพล ชื่อเล่น ซาซ่า เกิดวันที่ 2 ตุลาคม 2537 ชาวจังหวัดสระบุรี เป็นบุตรสาวของอดีตนักมวยไทยอดีตดัง รัฐกาญจน์ คำหาญพล หรือที่รู้จักกันในนาม ไกรสรทอง เมืองนางรอง

ในวัยเด็กซาซ่ามีอุปนิสัยที่เหมือนเด็กผู้ชาย ทำให้เริ่มฝึกหัดชกมวยกับคุณพ่อตั้งแต่ยังเด็ก รวมไปถึงการเล่นเรียนกีฬาวูซูอีกด้วย ซึ่งซาซ่าได้เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 38 ที่จังหวัดตรัง โดยสามารถคว้าเหรียญทองแดง มาครองได้สำเร็จ ในการแข่งกีฬาวูซู ทำให้ซ่าซ่าเริ่มฉายแววบนเส้นทางนักสู้มาตั้งแต่บัดนั้น

ในปีต่อมาซาซ่าได้เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 39 ที่จังหวัดชลบุรี เป็นการแข่งขันชิงแชมป์โลกมวยสากลสมัครเล่น รุ่นฟลายเวท ซึ่งซ่าซ่าก็ได้โชว์ความสามารถออกมาได้เป็นอย่างดี ทำให้คว้าเหรียญเงินมวยไทยสมัครเล่นมาครองในปีนั้น

ต่อมาซาซ่าได้รับโอกาสขึ้นชกมวยไทยเป็นครั้งแรก ด้วยการเจอกับนักมวยสาวหมัดหนัก เพชรสโรชา ลูกทรายกองดิน ซึ่งซาซ่าก็สามารถเป็นเอาชนะคะแนนไปในที่สุด พร้อมกับได้รับเงินค่าตัว 500 บาท

ควีนออฟมวยไทย

ข่าวกีฬา ในปี 2551 ซาซ่าได้เป็นที่รู้จักของคนในวงการมวยมากขึ้น ทำให้ได้รับโอกาสชกมวยบนสังเวียนเวทีอัศวินดำ เป็นครั้งแรก โดยจัดให้เป็นมวยคู่เอก ซึ่งต้องเจอกับน้องแนท เดือนนภา เกียรติเกรียงศักดิ์ รุ่นน้ำหนัก 107 ปอนด์ ซึ่งน้องแนทเป็นเอาชนะคะแนนไปอย่างฉิวเฉียด

ต่อมาได้รับโอกาสชกมวยบนสังเวียนเวทีอัศวินดำอีกครั้ง ด้วยการเจอกับน้องกล้วย ศ.เพ็ญประภา และซาซ่าก็เป็ฝ่ายเอาชนะคะแนนไปในครั้งนั้น ทำให้ซาซ่าเป็นแชมป์มวยอัศวินดำในเวลาต่อมา

ในปี 2553 ซาซ่าได้รับโอกาสขึ้นชกท้าชิงตำแหน่งแชมป์สหพันธ์มวยไทยโลก (W.P.M.F) ในการเจอกับนักชกสาวสวยฉายาบาร์บี้ เอคาเทรินา วานดารีวา เจ้าของแชมป์โลกในขณะนั้น

ซึ่งซาซ่าเอาชนะด้วยคะแนนเอกฉันท์ ผงาดคว้าเข็มขัดแชมป์โลกมาครองได้สำเร็จ จากนั้นในปี 2552 ซาซ่าได้รับแข่งขันรายการ เอ็ม-วัน แฟร์เท็กซ์เบียร์สิงห์มวยไทยชาเลนจ์ ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

โดยการเจอกับนักชกแดนปลาดิบ เกรซิเออร์ อากิ แชมป์เจเกิร์ลของญี่ปุ่น ซึ่งซาซ่าก็เอาชนะไปได้ในที่สุด ต่อมาซาซ่าได้เป็นแชมป์โลก อี-วัน รุ่นน้ำหนัก 52 กิโลกรัม ของสภามวยไทยโลก (ฮ่องกง) จนได้รับฉายา “ควีน ออฟ มวยไทย”

Leave a Comment