UFAX10

รายงานข่าว หงส์แดง นาบิล เอล ซาร์ : ครั้งหนึ่งในชีวิตที่สุดภูมิใจในฐานะนักเตะลิเวอร์พูล

รายงานข่าว หงส์แดง ครึ่งหนึ่งในชีวิตของนักฟุตบอลย่อมอยากมีโอกาสได้เล่นให้กับสโมสรยักษ์ใหญ่ในทวีปยุโรป โดยเฉพาะในอังกฤษ ซึ่ง นาบิล เอล ซาร์ ปีกชาวโมร็อกโก ได้สานฝันของตัวเองเมื่อมีชื่อเป็นหนึ่งในขุนพล “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล และนี่คือสิ่งที่เจ้าตัวภาคภูมิใจอย่างยิ่งจนทุกวันนี้

UFAX10

รายงานข่าว หงส์แดง นาบิล เอล ซาร์ ย้ายมาเล่นกับ ลิเวอร์พูล ในเดือนตุลาคม 2006 และได้ลงสนามเปิดตัวกับทีมสำรองในเกมที่ปะทะ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด จากนั้นก็ได้ลงสนามเปิดตัวกับทีมชุดใหญ่ ในเกมเสมอ พอร์ทสมัธ ที่แอนฟิลด์ และลงตัวจริงครั้งแรกในเกมลีก คัพ ชนะ คาร์ดิฟฟ์ 2-1 ซึ่งเกมนี้เขายิงประตูแรกในนามสโมสรได้ด้วย

อย่างไรก็ตามอนาคตในการค้าแข้งของเจ้าตัวไม่ค่อยโสภาสถาพร เนื่องจากไม่ได้รับโอกาสลงสนามมากนัก จนกระทั่งซีซั่น 2010/11 ถูกส่งไปเล่นแบบยืมตัวกับ พีเอโอเค เอฟซี จากนั้นก็โดนขายทิ้งไปอยู่กับ เลบานเต้ ในปี 2011 โดยวิถีชีวิตพ่อค้าแข้งของเขาระหกระเหินไปเรื่อยๆ ทั้งย้ายไปอยู่กับ ลาส พัลมาส, เลกาเนส และตบท้ายกับ อัล อาห์ลี

แม้จะเล่นให้ “เดอะ เร้ดส์” ในเกมพรีเมียร์ลีกเพียงแค่ 21 แมตช์เท่านั้น แต่นั่นก็เพียงพอที่จะทำให้เขาเป็นส่วนหนึ่งของสโมสร โดยเจ้าตัวได้เปิดเผยถึงความรู้สึกที่ได้บอกกับลูกๆ ทั้ง 3 คนว่าเคยเป็นให้กับ ลิเวอร์พูล หลังจากได้เห็นต้นสังกัดเก่าคว้าแชมป์ ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ ที่ประเทศกาตาร์

 “ผมมีตั๋วเพื่อเข้าไปชมเกมนั้น ผมซื้อตั๋วให้ลูกๆ ของผมด้วย เพราะผมบอกเกี่ยวกับเรื่องลิเวอร์พูลกับพวกเขามาตลอด ผมมักจะพูดกับลูกๆ ของผมว่า -ดูนี่พ่อเคยเล่นให้กับใคร ดูแฟนๆ เหล่านี้ พวกเขามีแฟนบอลอยู่ทั่วโลก- สำหรับผม นี่คือทีมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก และมีแฟนบอลมหาศาลทั่วโลก ผมภูมิใจมากๆ”

เอล ซาร์ ได้เป็นนักเตะ ลิเวอร์พูล ตั้งแต่อายุยังน้อยหลังจากที่เขาย้ายมาจาก แซงต์-เอเตียน เมื่อปี 2006 เขาได้มีโอกาสลงเล่นกับทีมชุดใหญ่ทั้งหมด 32 แมตช์จากทุกรายการในช่วง 5 ปี โดยทุกๆ วินาทีที่ได้อยู่กับสโมสรแห่งนี้มันทำให้เขารู้สึกเป็นเกียรติอย่างสูง

    “ผมยังจำตอนที่ได้ลงเล่นในทีมสำรอง และตลอดทางผมมองไปที่โลโก้สโมสร และบอกกับตัวเองว่า -นี่มันน่าเหลื่อเชื่อมากๆ ผมได้เล่นให้กับทีมนี้ ดูซิผมได้สวมชุดวอร์ม แล้วก็มีโลโก้นี้- มีหลายสิ่งแบบนี้ที่คุณยังคงจดจำได้อีกเป็น 10 ปี หรือแม้แต่หลังจากนั้น บอกตามตรงผมมีช่วงเวลาที่สุดยอดมากๆ ที่นั่น”

    “ผมสามารถพูดได้เลยตอนนี้เพราะผมไม่คิดว่าผมจะพูดเรื่องนี้ได้ ตอนที่ผมได้รับโทรศัพท์จาก ลิเวอร์พูล ผมกำลังจะเซ็นสัญญากับ อาแอส โรม่า ผมอยู่ในอิตาลี เพื่อเซ็นสัญญา 5 ปีกับ อาแอส โรม่า ช่วงนาทีที่ผมได้รับข้อเสนอจากลิเวอร์พูล ผมเดินทางไปฝรั่งเศส เพื่อที่จะทำทุกอย่างและขึ้นเครื่องไปลิเวอร์พูล ผมบอกกับเอเจนต์ของผมว่าผมอยากไปเล่นให้ ลิเวอร์พูล”

  “พวกเขาอยากได้ตัวผม และต้องการส่งข้อเสนอมาให้ผมทางแฟ็กซ์ ผมบอกกับแม่ให้รับแฟ็กซ์  และทันทีที่ท่านได้รับแฟ็กซ์ ผมก็รีบเดินทางไปเลย เอเจนต์ของผมไม่พอใจมากๆ เพราะเขาไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับดีลครั้งนี้ !”

ไฮไลท์สำคัญในอาชีพของ เอล ซาร์ ซึ่งปัจจุบันอายุ 33 ปี ก็คือการได้รับโอกาสลงเล่นตัวจริงให้กับสโมสร โดยตอนนี้เขาลงสนามในรอบ 4 ศึกลีก คัพ (คาราบาว คัพ) พบ คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ ในเดือนตุลาคม 2007 และสวมหมายเลข 42 ก่อนจะยิงไกลเป็นประตูให้กับทีมต่อหน้าสาวก “เดอะ ค็อป”

    “มันเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่ดีที่สุดในอาชีพของผม” เอล ซาร์ ย้อนความหลัง “สำหรับผม ผมก็แค่อยากหลับตา และผมจดจำได้ว่านี่คือประตูที่เพอร์เฟกต์ที่สุด มันเป็นการแอสซิสต์จาก สตีเว่น เจอร์ราร์ด แล้วคุณจะขออะไรมากไปกว่านี้ได้อีกละ ?”

เป้าหมายในชีวิตของ เอล ซาร์ ก็คือการได้รับโอกาสลงสนามมากยิ่งขึ้น โดยในฤดูกาล 2008/09 เขามีโอกาสลงเล่น 19 แมตช์จากทุกรายการ แต่ที่น่าผิดหวังก็คือการทีมพลาดแชมป์พรีเมียร์ลีก ในซีซั่นนั้น ซึ่งยังคงทำให้เขาเจ็บปวดจนทุกวันนี้ “บางทีนั่นคือความผิดหวังที่สุดในอาชีพของผม”

ในตอนนั้น เอล ซาร์ ได้เล่นให้กับทีมของกุนซือราฟาเอล เบนิเตซ ซึ่งมีผู้เล่นระดับโลกมากมายทั้ง เจอร์ราร์ด, เฟร์นานโด ตอร์เรส, ชาบี อลอนโซ่, ฮาเวียร์ มาสเคราโน่, เจมี่ คาร์ราเกอร์ และ เปเป้ เรน่า  โดยมีบางเรื่องที่ยังทำให้เขารู้สึกเสียใจ “ผมหมายถึง ผมรู้สึกสบายๆ กับนักเตะเหล่านั้น แต่บางทีผมอาจให้ความเคารพพวกเขามากเกินไป”

  “ในฐานะคนๆ หนึ่งย่อมต้องรู้จักให้ความเคารพ  ผมให้ความเคารพมากเกินไปเมื่อได้เห็นนักเตะเหล่านี้อยู่เล่นร่วมกับคุณ ผมไม่ได้พูดว่าผมไม่คู่ควร แต่คุณอยู่ที่นั่นเสมอ และบอกตัวเองว่า -คุณต้องพยายามให้มากขึ้นเพื่อไปให้ถึงระดับนี้- ผมฝึกซ้อมหนักมาในทุกๆ ครั้ง แต่คุณอยู่ที่นั่นตลอด และรู้ว่ามันเป็นเรื่องยากมากที่จะเก่งกว่าพวกเขา แต่คุณต้องพยายามเสมอ”

การย้ายไปเล่นแบบยืมตัวกับ พีเอโอเค ในลีกกรีก 1 ฤดูกาล ตามด้วยการโบกมือลาแอนฟิลด์ อย่างถาวรในปี 2011 โดยเขาไปเล่นที่สเปน ให้กับ เลบานเต้, ลาส พัลมาส และ เลกาเนส ก่อนที่จะตัดสินใจไปร่วมทัพ อัล อาห์ลี เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ซึ่งที่ กาตาร์ เจ้าตัวถือเป็นนักเตะขวัญใจมหาชนเลยทีเดียว

 

 

 

ขอบคุณข่าว : www.siamsport.co.th
สนใจสมัคร ติดต่อ : www.ks-katsura.com

Leave a Comment